แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในโลกธุรกิจ โดยเฉพาะการทำให้เว็บไซต์ของตัวเองติดอันดับหน้าแรก ๆ ของ Google ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคงหนีไม่พ้น การทำ SEO นั่นเอง ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการติดอันดับบน Google ง่าย ๆ กัน

ก่อนอื่น เราควรเข้าใจให้ตรงกันว่า สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการจัดอันดับคือ “คุณภาพ” บทความหรือข้อมูลในเว็บไซต์ที่มีคุณค่า มีความน่าเชื่อถือ และมีผู้ใช้งานคลิกเข้าไปเป็นจำนวนมาก มักจะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในส่วนแรก ๆ ของหน้าการค้นหา ซึ่งเทคนิคง่าย ๆ ในการช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่เว็บไซต์ของเราง่าย ๆ ได้แก่

– หัวข้อ/ชื่อเรื่องสอดคล้องกับเนื้อหาภายใน: ควรใส่ชื่อเรื่องหรือหัวข้อให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยู่ภายในหัวข้อนั้น ๆ ยิ่งมี “คีย์เวิร์ด” เหมือนกันทั้งในชื่อเรื่องและส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหาก็ยิ่งเพิ่มโอกาสติดอันดับขึ้นไปอีก ไม่ใช่ตั้งชื่อเรื่องอย่างหนึ่ง แต่เนื้อหาข้างในกลับไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ เพราะการทำแบบนี้นอกจากจะทำให้ Google ลดการจัดอันดับเว็บไซต์ของเราแล้ว อาจไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

– ควรมี Meta Description ในทุกบทความ: เปรียบเสมือนคำอธิบายสั้น ๆ ของบทความหรือคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นการสรุปใจความสำคัญหรือการเขียนเกริ่นนำให้ดูน่าดึงดูด และที่สำคัญคือควรจะมี “คีย์เวิร์ด” ที่ตรงกับชื่อเรื่องและส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา ยิ่งเว็บไซต์ของเรามี Meta Description ที่เหมาะสมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะได้อันดับดี ๆ มากเท่านั้น

– อย่าใช้คำซ้ำ ๆ เพื่อหวังติดอันดับจนผิดธรรมชาติ: หลายคนมักคิดว่าการทำ SEO คือการใช้คำซ้ำ ๆ กันในบทความบ่อย ๆ เพื่อจะได้ติดอันดับง่าย ๆ ซึ่งความจริงแล้วเป็นความเชื่อแบบผิด ๆ เพราะการใช้คำซ้ำกันบ่อย ๆ ในเนื้อหาจนดูไม่เป็นธรรมชาติของภาษาเขียน อาจถูก Google ตีความว่าเป็น “สแปม” ซึ่งนอกจากจะไม่ติดอันดับอย่างที่ต้องการแล้ว ยังอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึงอีกด้วย

– สร้างลิงก์เชื่อมโยงคอนเทนต์ต่าง ๆ ในเว็บไซต์: ควรสร้างลิงก์เชื่อมโยงระหว่างส่วนต่าง ๆ ของบทความหรือคอนเทนต์ไปยังอีกคอนเทนต์อื่น ๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ของเรา แต่ก็ไม่ควรซับซ้อนหรือยุ่งยากเกินไป ควรเป็นลิงก์ที่นำผู้ใช้งานไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับลิงก์นั้น ๆ เช่น หากเป็นบทความเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ เราอาจสร้างลิงก์ไว้ตรงคำว่า น้ำมันเครื่อง, ยางรถยนต์, สีรถยนต์ ฯลฯ เพื่อนำผู้ใช้งานเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับคำเหล่านี้ภายในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนการคลิกให้เว็บไซต์ของเรา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google นั่นเอง

แม้ว่า Google จะมีการออกกฎกติกาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาเพื่อให้การจัดอันดับมีความรัดกุมมากขึ้น แต่สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญไม่เคยเปลี่ยนก็คือ เว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์คุณภาพ เข้าถึงง่าย และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ดังนั้น ขอเพียงเรายึดแนวทางดังกล่าวในการทำ SEO แล้วฝึกฝนพัฒนาฝีมือไปเรื่อย ๆ เราก็มีโอกาสติดอันดับได้ไม่ยาก

Meta description ของเว็บไซต์ SEO คืออะไร

การทำ meta description เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหา

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันจะต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักการของ SEO หรือ search engine optimization ที่ Google กำหนด จึงจะมีโอกาสถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ นำมาซึ่งความน่าเชื่อถือ และเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อสินค้าและบริการ จึงทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

การทำ meta description เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหาของเว็บไซต์ ซึ่งจะแสดงใต้หัวข้อ เมื่อมีการพิมพ์คำคีย์เวิร์ดสืบค้น ใน ช่อง Google search ซึ่งกูรูด้านการทำ SEO แนะนำว่า บริษัทรับจ้างทำ SEO หรือ ผู้ผลิตบทความให้เว็บไซต์ SEO ควรศึกษาการทำ meta description ที่ดี ดังนี้

ต้องมีการบรรจุ keyword ที่ตรงกับบทความและหัวข้อลงไปใน meta description ให้มากที่สุด

ความยาว meta description ที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ประมาณ 150 คำเท่านั้น (หากยาวเกินไป จะส่งผลลบต่ออันดับ SEO)

meta description ต้องครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดในแต่ละบทความของเพจนั้น ๆ

ภาษาที่ใช้เขียน ต้องมีความเป็นทางการ น่าเชื่อถือ สั้นกระชับ ไม่กำกวม เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตัดสินใจได้ว่า อยากคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียดเพิ่มหรือไม่

มีการใช้ keyword ที่ดี ควรเป็น niche long-tailed keywords หรือ คีย์เวิร์ดที่จำเพาะเจาะจงกับกลุ่มคนเป้าหมาย เช่น ใช้คำว่า “รองเท้ากีฬา สำหรับนักวิ่ง มือใหม่ ฮิต ผู้หญิง 2019” ดีกว่าการใช้คำว่า “รองเท้าวิ่ง” เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

การทำ meta description ที่ดี จะส่งผลดีที่สำคัญ คือ ช่วยดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์ ซึ่งหากบทความที่ผลิตมีความน่าสนใจ ก็จะทำให้เพิ่มโอกาสในการคลิกเข้าไปสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น รวมถึงมีโอกาสสูงที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะคลิกไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมด้านอื่น ๆ ทำให้สามารถขายสินค้าในหมวดหมู่อื่น ๆ เพิ่มได้อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น คุณเปิดเว็บไซต์ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และในบทความหนึ่ง ใช้คีย์เวิร์ดว่า “น้ำมันปลา fish oil” (ซึ่งควรใช้ในส่วนหัวเรื่องหรือ title และ ส่วน meta description ด้วย เพื่อเพิ่มอันดับ SEO ให้ดีขึ้น)

ผู้ที่กำลังสนใจข้อมูลของ “น้ำมันปลา fish oil” เมื่อเห็นข้อมูลสรุปเพจของ meta description ก็จะคลิกเข้ามาดูข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น และทำให้เกิดการสั่งซื้อน้ำมันปลาจากเพจของคุณได้ ทั้งนี้ หากลูกค้าได้คลิกเข้าไปอ่านบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับวิตามินบำรุง เช่น วิตามินซี คอลลาเจน ฯลฯ ก็จะทำให้มีโอกาสสั่งสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะทำเว็บคาสิโนอย่าง Hero88 หรือ เว็บขายสินค้าออนไลน์ทั่วไป ก็ไม่ควรละเลยเรื่องของ meta description

ทั้งนี้ การทำ meta description ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด กูรูแนะนำว่าควรจะเขียนโดยผู้ที่ผลิตบทความคนเดียวกัน เนื่องจากจะเข้าใจถึงประเด็นที่ต้องการสื่อสารได้ดีที่สุด ที่สำคัญคือ ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่คัดลอกจากเว็บไซต์อื่น เช่นเดียวกับการผลิตบทความ SEO

จะเห็นได้ว่า การทำ meta description มีความสำคัญในการดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ให้คลิกเข้ามายังเว็บไซต์ เพิ่มอัตราการคลิกต่อการมองเห็นหรือ CTR หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านใส่ใจส่วน meta description ในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ เพื่อให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

Meta description ของเว็บไซต์ SEO คืออะไร