จะทำ SEO ให้เว็บไซต์ต้องใส่ใจจุดใดบ้าง

จะทำ SEO ให้เว็บไซต์ต้องใส่ใจจุดใดบ้าง

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินการแนะนำจากกูรูเว็บไซต์ออนไลน์ ว่าต้องทำ SEO ด้วย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เพิ่งเริ่มเข้ามาสู่วงการการตลาดออนไลน์ เพิ่งหัดทำเว็บไซต์ของตัวเอง ได้ยินคำว่า SEO เมื่อไม่นานมานี้ เรามาดูกันว่าการทำ SEO (search engine optimization) ให้เว็บไซต์มีคุณภาพดีเป็นที่ถูกใจของ Google ต้องใส่ใจประเด็นใดบ้าง

1. การปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์
การปรับแต่งโครงสร้าง มีชื่อทางเทคนิคว่า on-page SEO เปรียบเหมือนกับการออกแบบบ้านทั้งหลังของเรา ที่ต้องมีเสา คาน หลังคาและฐานที่มั่นคง การออกแบบเว็บไซต์ส่วนนี้ คือ การใส่ใจทั้งส่วนของโครงสร้างเนื้อหาที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย วางตำแหน่ง widgets ที่ด้านข้างหรือด้านล่างของเว็บไซต์ให้เหมาะแก่การคลิกเชื่อมโยงไปสู่หน้าเพจอื่น ๆ การทำ Banner ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้คนจำได้ เป็นต้น

2. การใช้ Keyword ที่ดี
Keyword เป็นคำสำคัญที่ใช้สืบค้นบทความต่าง ๆ ควรใช้สถิติ เช่น Google Trend ในการเลือกคำที่คนนิยมพิมพ์ค้นหาในแต่ละช่วงเวลา เพื่อนำมาเป็นแก่นในการเขียนบทความแต่ละเรื่อง คำสำคัญเป็นเหมือนหัวใจของเว็บไซต์ของคุณ ที่ส่งผลต่อการเติบโตของเว็บอย่างมาก

3. Theme ที่เหมาะกับการใช้งานในอุปกรณ์หลากหลาย
Theme ของเว็บไซต์ที่ทำงานบน WordPress มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน คุณสามารถเลือกดูได้ว่าเมื่อทดลองใช้ไปแล้วแสดงผลบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างไร มีความสวยงามและเป็นหมวดหมู่ดีหรือไม่

4. การทำลิงก์เชื่อมโยง
Backlink คือ การเชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจในเว็บตัวเอง เพื่อกระตุ้นการเข้าถึงแต่ละบทความได้ดีขึ้น หรือเป็นการเชื่อมระหว่างเว็บไซต์ของคุณไปกับเว็บไซต์อื่น ๆ หรือแหล่งอ้างอิงภายนอกที่น่าเชื่อถือ จะเป็นตัวเพิ่มอันดับ SEO ของเว็บไซต์ให้สูงขึ้นได้

5. ใช้สื่อโซเชียลช่วยประชาสัมพันธ์
การทำเว็บไซต์อย่างเดียวเป็นเหมือนรากฐานที่มั่นคง แต่ถ้าเพิ่มช่องทางในการกระจายข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ข้อมูล จะเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ เช่น Instagram Facebook ที่คุณสามารถเปิดเพจได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายและทำได้อย่างรวดเร็ว หมั่นโพสต์และตอบคำถามข้อสงสัยของลูกเพจบ่อย ๆ จะเพิ่มการจดจำและทำให้คนอยากคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณมากขึ้น

การทำเว็บไซต์ SEO เป็นเรื่องที่ต้องเรียนอย่างไม่รู้จบ และปรับไปตามคำแนะนำของกูเกิ้ล คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือหากไม่มีเวลา ก็สามารถจ้างบริษัทที่มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาช่วยดูแลให้ได้ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ต้องคำนวณถึงต้นทุนการจ้างด้วยเพราะ SEO ต้องทำต่อเนื่อง ทางที่ดีคือ เจ้าของเว็บต้องมีความรู้พื้นฐานเพื่อการดูแลเว็บด้วยตัวเองได้พอสมควร

แจกเทคนิคการทำ SEO แบบ Step By Step เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันได้

แจกเทคนิคการทำ SEO แบบ Step By Step เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันได้

ปัจจุบัน ธุรกิจแข่งขันกันรุนแรงกว่าในอดีตมากเพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปเป็นรูปแบบของออนไลน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่แค่ทำผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารก็เรียบร้อยหรือการเลือกซื้อหาสินค้า-หรือบริการที่ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งที่มาได้อย่างรวดเร็วจากการค้นหาบน Google หากธุรกิจต้องการเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคจึงต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คือ SEO ดังนั้นวันนี้เราจะมาแจกเทคนิคการทำ SEO แบบ Step By Step เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันได้

SEO หรือ Search Engine Optimizations คือการจัดการเว็บไซต์ของธุรกิจให้คนสามารถค้นหาแบรนด์ของธุรกิจเจอจาก Google ได้ง่าย โดย SEO เป็นเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ของธุรกิจได้ปรากฎอยู่บนหน้าแรก ๆ ของการค้นหาจากแถบค้นหาอย่าง Google ซึ่งผลพลอยได้ของธุรกิจคือแบรนด์จะเป็นที่ถูกเจอหรือรู้จักมากขึ้นบนโลกออนไลน์ โดยวิธีการทำ SEO แบบ step by step คือ

สร้างคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือคำค้นหาที่สั้น กระชับ คนใช้บ่อย และตรงกับสินค้าหรือบริการของธุรกิจ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากซึ่งจะวัดได้ว่ามีผู้บริโภคค้นหาธุรกิจเจอได้มากน้อยแค่ไหน เช่น คนที่กำลังมองหาร้านรับทำของชำร่วยอยู่ก็จะใช้คำค้นหาว่า ‘ร้านทำของชำร่วย’ ซึ่งเว็บไซต์ของธุรกิจจะต้องมีคำนี้ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ด้วย ผู้บริโภคถึงจะค้นหาธุรกิจเจอและคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์

โครงสร้างเว็บไซต์มีส่วนสัมพันธ์กับ SEO ตรงที่การทำงานของ Search Engine คือจะมีการตรวจจับข้อมูลของเว็บไซต์ด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคำค้นหามากแค่ไหน นั่นหมายถึงว่าหากต้องการให้เว็บไซต์ของธุรกิจถูกค้นเจอจาก Google โครงสร้างเว็บไซต์ของธุรกิจจึงต้องมีเส้นทางให้การเก็บข้อมูลทำได้สะดวกด้วย วิธีง่าย ๆ คือข้อมูลบนเว็บไซต์ของธุรกิจจะต้องปรากฏคีย์เวิร์ดที่สำคัญ ๆ ให้มากที่สุดด้วยเทคนิคบางอย่างเช่น การสร้างคอนเทนต์ (Content) ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหา เป็นต้น

การทำ on-page SEO อย่างมีนัยยะ หมายถึงวิธีการสร้างคอนเทนต์ (Content) ในหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งาน (User Friendly) เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าเมื่อผู้บริโภคเข้าถึงเว็บไซต์ของธุรกิจได้แล้วจะเกิดกิจกรรมใด ๆ ตามมาหรือไม่ เช่น การสร้าง pop up หรือการนำเสนออะไรบางอย่างให้กับผู้บริโภคเพื่อให้เขาอยู่กับเว็บไซต์ของธุรกิจให้นานที่สุด เพราะหากผู้บริโภคค้นเจอเว็บไซต์ของธุรกิจแล้วแต่ไม่ได้เกิดการซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการธุรกิจก็ไม่สามารถสร้างยอดขายได้อยู่ดี

ทั้งหมดนี้ก็คือขั้นตอนการทำ SEO Step By Step อย่างง่าย ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้รู้จักกับแบรนด์ของธุรกิจมากที่สุด ที่เหลือต่อจากนั้น เช่น การตรวจสอบอันดับการค้นหาเว็บไซต์ของธุรกิจหรือจะมีแผนการตลาดเพื่อการจูงใจผู้บริโภคให้เกิดการซื้อซ้ำหรือบอกต่ออย่างไรก็ขึ้นอยู่กับธุรกิจแล้วว่าจะมีการทบทวนแผนการตลาดหรือปรับปรุงเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอหรือเปล่าเพื่อทำให้ธุรกิจมีตัวตนบนโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน

เหตุผลที่ต้องทำ SEO ใช้งานสะดวกรวดเร็วบนมือถือ

เหตุผลที่ต้องทำ SEO ใช้งานสะดวกรวดเร็วบนมือถือ

เจ้าของธุรกิจที่เริ่มมีเว็บไซต์ของตัวเองอาจจะได้ยินเรื่องการทำ SEO กันมามากแล้ว แต่เมื่อต้องเริ่มต้นกันจริง ๆ คงคิดหนักเพราะมีวิธีการและเทคนิคมากมายจนไม่รู้จะเลือกอะไรดี ที่จริงแล้วหัวใจหลักของการทำ SEO คือการสร้างเว็บไซต์ที่มีคุณภาพดึงดูดผู้ชมเข้ามาใช้งานและสิ่งที่จะดึงดูดผู้ชมได้นั้นคือประสบการณ์ที่สร้างความพึงพอใจ อาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบันคนใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ ถ้าออกแบบเว็บไซต์ที่รองรับมือถือได้ดีมีประโยชน์แน่นอน

การออกแบบเว็บไซต์ควรคำนึงถึงการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์มือถือเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ เว็บไซต์ส่วนใหญ่ออกแบบให้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์พีซีเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นทำให้ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสะดวกมากขึ้น เว็บไซต์ที่เน้นการแสดงผลบนหน้าจอมือถือจึงมีความสำคัญเพื่อให้ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ถ้าเว็บไซต์ไม่รองรับหน้าจอมือทำให้ดูข้อมูลไม่สะดวก ต้องเลื่อนหน้าจอไปมาทำให้ความสะดวกลดลงและเสียเวลาด้วย ซึ่งส่งผลกระทบให้ความพอใจของผู้ใช้ มีผลให้การจัดอันดับเว็บไซต์ตกต่ำลงไปด้วย

นอกจากนี้สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือระบบการค้นหาด้วยเสียงซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้งานกันมาพอสมควรแล้ว การใช้เสียงพูดสั่งงานอำนวยความสะดวกสามารถทำหลายอย่างไปพร้อมกับการค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการด้วย แม้ว่าทุกวันนี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องสเปกเครื่องที่รองรับการใช้งานฟังก์ชั่นนี้ และไม่ใช่ว่ามือถือทุกรุ่นจะรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง ทั้งยังต้องมีหน่วยความจำของตัวเครื่องเพียงพอด้วย ในปัจจุบันมือถือรุ่นราคาประหยัดอาจใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียงไม่ได้ แต่ในอนาคตฟังก์ชั่นนี้จะเป็นที่นิยมมากขึ้นหลังจากมีการปรับปรุงโปรแกรมการสั่งงานที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการค้นหาด้วยเสียงยิ่งขึ้น

การสั่งงานด้วยเสียงยังคงต้องมีคีย์เวิร์ดหลักที่ใช้ในการทำ SEO เช่นเดิม กำหนดคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมและคำที่พบบ่อยจะช่วยให้ค้นหาได้รวดเร็วและง่ายมากขึ้น หากการค้นหาด้วยเสียงเป็นคำเฉพาะเจาะจงที่มีอยู่ในท้องถิ่น เว็บไซต์จำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับการค้นหาในท้องถิ่นด้วย คีย์เวิร์ดทั้งสั้นและยาวเป็นปัจจัยสำคัญของการทำ SEO โดยคำนั้นจะเชื่อมโยงไปสู่หน้าเว็บและคอนเทนท์ซึ่งเป็นบทความที่เรียบเรียงมาอย่างดี อ่านง่าย และมีประโยชน์ ผลการค้นหาแสดงข้อมูลตรงกับคำค้นหาที่ผู้ใช้ต้องการรู้มากเท่าไร ยิ่งจะช่วยทำให้โพสต์และเว็บไซต์ติดอันดับดีขึ้นเท่านั้น

การทำ SEO เป็นหลักการสากลคือออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจจะต้องเน้นการเขียนบทความดีกว่าคู่แข่ง รูปภาพสวยกว่า วิดีโอแสดงข้อมูลที่เข้าใจง่ายในเวลาอันสั้น นอกจากนี้ปริมาณการคลิกเข้าบทความและใช้เวลาอ่านจนจบบทความหรือใช้เวลาอยู่ในเว็บไซต์นานเกิน 3 นาที มีผลต่อการจัดอันดับเช่นกัน เมื่อมีคนเข้าดูเว็บบนมือถือจำนวนมากในเวลาเดียวกันยังต้องทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วกว่า เรียกว่าทำเว็บได้ดีกว่าคู่แข่งทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นได้ง่ายขึ้น

ทำความรู้จักกับ SEO สร้างประโยชน์ให้เว็บคุณได้แค่ไหน

ทำความรู้จักกับ SEO สร้างประโยชน์ให้เว็บคุณได้แค่ไหน

ยุคนี้การทำ SEO กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของเว็บไซต์และ Social ต่าง ๆ ที่สามารถขายสินค้าได้ โดยจะมีความสำคัญในการทำให้ Google รู้จักสินค้าหรือบริการของผู้ที่ทำมากยิ่งขึ้น เป็นการย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization ที่หมายถึงการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถขึ้นไปแสดงผลบนหน้าแรกของเว็บผู้ให้บริการสืบค้นข้อมูลชื่อดังอย่าง Google ได้อย่างชัดเจน จึงจะกลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการ ซึ่งมีจำนวนมากในแต่ละวัน

การทำ SEO จะช่วยให้เว็บไซต์หรือ Social ของคุณกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางในอันดับต้น ๆ ของผู้ที่กำลังมองหาหรือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำหรับธุรกิจของคุณ โดยจะเป็นการใช้รูปแบบ keyword ที่มีการค้นหาอยู่ภายใน Search Engine ต่าง ๆ อย่างเช่น Google โดยนำคีย์เวิร์ดที่ต้องการมาใส่ลงภายใน Content ของคุณ เพื่อทำให้ Google เข้าใจว่าเว็บไซต์ของคุณมีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนั้น เช่น คุณเปิดเว็บไซต์ขายก๊อกน้ำ คุณก็ต้องมองหา keyword ที่ใกล้เคียงกันมาใส่ลงในบทความหรืออยู่ในเนื้อของเว็บไซต์อย่างคำว่า ก๊อกน้ำ, ขายก๊อกน้ำ, ซื้อก๊อกน้ำ เป็นต้น ซึ่ง Content ที่สามารถทำ SEO ได้นั้นมีทั้งแบบบทความทั่วไป, คลิปวิดีโอทั้งแบบสั้นและยาว รวมไปถึงการทำ Story Telling ต่าง ๆ

ดังนั้นถ้าคุณต้องการให้เว็บไซต์หรือเพจ Social ขายสินค้าและบริการของคุณไปติดอยู่บนหน้าแรกของ Google การทำ seo ถือว่ามีความสำคัญกับคุณมาก นอกจากนี้หากได้รับ Backlink จากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ก็จะยิ่งทำให้ Google สนใจบทความหรือ Content ของคุณได้มากที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

การทำ SEO ที่ได้ผล สร้างประโยชน์ให้กับนักการตลาดออนไลน์และเจ้าของธุรกิจ ด้วยการนำเสนอสินค้าหรืองานบริการของตัวเองให้ผู้คนสามารถมองเห็นได้มากที่สุด เพราะต้องยอมรับว่า Google นั้นถือว่าเป็น Search Engine ยอดนิยมที่มีคนใช้บริการสูงสุดในโลก ดังนั้นถ้าคุณสามารถขึ้นไปติดบนหน้า 1 ของ Google ได้ ย่อมทำให้คุณเป็นที่สนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมกลายเป็นทางเลือกที่จะมีคนคลิกเข้าสู่เว็บไซต์หรือ Social ของคุณได้เป็นจำนวนมากและเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและยอดขายสินค้า-บริการได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจการทำ SEO คุณสามารถศึกษาวิธีการใช้ keyword และการวางรูปแบบ Content เพื่อให้เป็นที่สนใจของ Google ได้ด้วยตัวคุณเอง เพราะในปัจจุบันมีข้อมูลต่าง ๆ ภายในอินเทอร์เน็ตที่สามารถค้นหาเกี่ยวกับเรื่องของการทำ seo ได้เป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งแบบบทความเชิงลึกและบทความทั่วไป แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่ถนัด ก็สามารถจ้างบริษัททำเว็บไซต์และทำ seo เพื่อช่วยทำให้คุณวางแผน Content ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด และสามารถติดอันดับที่ดีในผลการค้นหาได้ตามคีย์เวิร์ดที่ต้องการ

4 เทคนิค ปั้นเว็บไซต์ด้วย SEO อย่างง่ายที่มือใหม่ก็ทำได้

4 เทคนิค ปั้นเว็บไซต์ด้วย SEO อย่างง่ายที่มือใหม่ก็ทำได้

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งผันตัวมาเข้าวงการทำบล็อก ทำเว็บไซต์เพื่อสร้างรายได้ มักต้องพบกับการนำความรู้เกี่ยวกับ Search Engine Optimization หรือ SEO (เทคนิคที่ช่วยในการติดอันดับบน Search Engine เช่น Google, Bing, Yahoo หรือ Wiki search เป็นต้น) มาใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์หรือบล็อกของตัวเอง แต่ด้วยความซับซ้อนของข้อมูลจึงทำให้หลายคนเกิดความสับสนและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ซึ่ง 5 เทคนิค ปั้นเว็บไซต์ด้วย SEO อย่างง่ายที่มือใหม่ก็ทำได้ มีดังนี้

1. ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์คำค้นหา (Keyword)
จากความรู้เกี่ยวกับการทำ SEO ที่เคยได้อ่านผ่านตามักจะแนะนำให้เลือกคีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้นหาเยอะแต่มีคู่แข่งน้อย เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์หรือบล็อกมีโอกาสในการติดอันดับบน Search Engine มากขึ้น แต่สิ่งที่กูรูหลายคนบอกไม่หมด คือ การเลือกคีย์เวิร์ดที่ดีและช่วยในการติดอันดับแบบง่ายกว่า คือ ควรเลือกคีย์เวิร์ดที่มีความเฉพาะเจาะจง (Long-tail Keywords) และมีปริมาณการค้นหาที่ไม่สูงเกินไป โดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นคำที่มีปริมาณการค้นหาประมาณ 1,000 ครั้ง/เดือน โดยใช้เครื่องมือที่ได้รับความนิยมในปี ค.ศ.2021 อย่าง Ubersuggest ช่วยวิเคราะห์คีย์เวิร์ด จากนั้นเมื่อได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว​ ก็นำคีย์เวิร์ดที่ได้มาใช้ในการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพต่อไป

2.ให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อ URL
URL หรือลิงก์ถาวร เปรียบเสมือนการสร้างถิ่นฐานการมีตัวตนบน Search Engine เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการตั้งชื่อ URL เป็นสิ่งที่ Search Engine ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินว่าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไรและเป็นเว็บไซต์คุณภาพหรือไม่ ทำให้การตั้งชื่อ URL ในแต่ละครั้งจึงควรตั้งด้วยคำที่มีความหมาย เช่น หน้าเพจนั้นเขียนเกี่ยวกับ 4 เทคนิค ปั้นเว็บไซต์ด้วย SEO อย่างง่ายที่มือใหม่ก็ทำได้ ชื่อ URL ก็ควรตั้งว่า 4-easy-seo-technical-for-beginners เป็นต้น

3.Meta Description คำอธิบายบทความสั้นที่หลายคนมองข้าม
นอกจากการให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อคอนเทนต์ให้มีความน่าสนใจ สร้าง URL ให้มีคุณภาพและสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่มีประโยชน์กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ การเขียนคำอธิบายบทความสั้นที่สามารถบอกได้ว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์จะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าชม โดยแทรกด้วยคีย์เวิร์ดที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วจะทำให้ Search Engine มองว่าเว็บไซต์นั้นควรค่าแก่การติดอันดับด้วย

4.ทำภาพหรือ info Graphic ให้รองรับ SEO
การทำภาพประกอบหรือ Infographic เพื่อให้การเขียนคอนเทนต์มีความน่าสนใจ อ่านแล้วสบายตาและเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นเป็นส่วนประกอบที่ Search Engine ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะ​ Search Engine มองว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้รูปภาพติดอันดับได้ง่ายขึ้นควรตั้งชื่อไฟล์ภาพ, ตั้งชื่อรูปภาพและเขียนคำอธิบายภาพด้วยคีย์เวิร์ดเดียวกับที่ใช้ในการทำคอนเทนต์

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำเว็บไซต์ใหม่และอยากติดอันดับบน Search Engine การนำ 4 เทคนิคข้างต้นไปปรับใช้จะช่วยให้เว็บไซต์มีปริมาณการเข้าถึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทำความรู้จักการทำ SEO พร้อมข้อดีแบบเน้น ๆ

ทำความรู้จักการทำ SEO พร้อมข้อดีแบบเน้น ๆ

ในยุคที่การตลาดออนไลน์กำลังมาแรง เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า SEO กันบ่อย ๆ เพราะเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่นิยมมาก แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนกลับไม่เข้าใจว่ากระบวนการทำ SEO คืออะไรกันแน่ และเพื่อเป็นการคลายข้อสงสัย เราจะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักการทำการตลาดแบบ SEO และจัดเต็มข้อดีที่ทำให้หลายธุรกิจต้องหันมาสนใจทำการตลาดประเภทนี้

ทำความรู้จัก SEO การทำการตลาดออนไลน์ที่ทุกธุรกิจไม่ควรพลาด
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้อยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของ Search Engine พูดง่าย ๆ คือ การทำให้เว็บไซต์ติดอยู่หน้าแรกใน Google, Yahoo, Youtube หรือ Search Engine อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความนิยม เพิ่มการมองเห็น และเพิ่มจำนวนคลิกเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ โดยองค์ประกอบของการทำ SEO มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำคอนเทนต์ การวิเคราะห์คียเวิร์ดเพื่อให้ตรงกับการค้นหา การทำ Backlink เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าก่อให้เกิดผลดีทางธุรกิจ เพราะจะมีลูกค้ารู้จักเว็บไซต์ สินค้า และบริการมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ได้นั้นยังเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ข้อดีของการทำ SEO

1. เว็บไซต์ติด Top 10 ของ Search Engine
ข้อดีแรกของการทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Search Engine ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยเพิ่มการมองเห็น อีกทั้งยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์

2. เพิ่มจำนวนคลิกเข้าชมเว็บไซต์
เมื่อลูกค้ากดค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการ ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ที่แสดงผลในหน้าแรกของ Search Engine ซึ่งหากทำให้เว็บไซต์คุณติดหน้าแรกได้นั้น โอกาสที่คนจะคลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ย่อมมีมากกว่าเสมอ

3. ได้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
คนส่วนใหญ่มักค้นหาข้อมูลสินค้าที่ต้องการซื้อผ่าน Search Engine ทำให้มั่นใจว่าลูกค้าที่เข้ามานั้นคือผู้ที่กำลังมองหาสินค้าและบริการของเราอย่างแน่นอน

4. เพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการ
เมื่อกลุ่มเป้าหมายคลิกมายังเว็บไซต์ นอกจากเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์แล้ว หากคุณออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม น่าดึงดูด และมีข้อมูลสินค้าบริการครบครัน รับรองว่าโอกาสขายสินค้าและบริการจะเพิ่มมากขึ้น

5. ประหยัดค่าใช้จ่าย
หากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการทำ SEO กับการซื้อโฆษณาเว็บไซต์หรือโฆษณาโทรทัศน์ ต้องบอกว่าค่าใช้จ่ายในการทำ SEO ประหยัดกว่ามาก แถมระยะยาวยังให้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากกว่าอีกด้วย

หากคุณคือผู้ทำธุรกิจและต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ไปพร้อมกับการเพิ่มโอกาสการขายสินค้าและบริการ อย่ามองข้ามการตลาดออนไลน์ด้วยการทำ SEO โดยเด็ดขาด เพราะไม่เพียงแต่เป็นวิธีดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสการขายสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

แนะนำเทคนิคสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้น ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในโลกธุรกิจ โดยเฉพาะการทำให้เว็บไซต์ของตัวเองติดอันดับหน้าแรก ๆ ของ Google ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคงหนีไม่พ้น การทำ SEO นั่นเอง ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการสร้างเนื้อหา SEO เบื้องต้นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการติดอันดับบน Google ง่าย ๆ กัน

ก่อนอื่น เราควรเข้าใจให้ตรงกันว่า สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการจัดอันดับคือ “คุณภาพ” บทความหรือข้อมูลในเว็บไซต์ที่มีคุณค่า มีความน่าเชื่อถือ และมีผู้ใช้งานคลิกเข้าไปเป็นจำนวนมาก มักจะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในส่วนแรก ๆ ของหน้าการค้นหา ซึ่งเทคนิคง่าย ๆ ในการช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่เว็บไซต์ของเราง่าย ๆ ได้แก่

– หัวข้อ/ชื่อเรื่องสอดคล้องกับเนื้อหาภายใน: ควรใส่ชื่อเรื่องหรือหัวข้อให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยู่ภายในหัวข้อนั้น ๆ ยิ่งมี “คีย์เวิร์ด” เหมือนกันทั้งในชื่อเรื่องและส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหาก็ยิ่งเพิ่มโอกาสติดอันดับขึ้นไปอีก ไม่ใช่ตั้งชื่อเรื่องอย่างหนึ่ง แต่เนื้อหาข้างในกลับไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ เพราะการทำแบบนี้นอกจากจะทำให้ Google ลดการจัดอันดับเว็บไซต์ของเราแล้ว อาจไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

– ควรมี Meta Description ในทุกบทความ: เปรียบเสมือนคำอธิบายสั้น ๆ ของบทความหรือคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นการสรุปใจความสำคัญหรือการเขียนเกริ่นนำให้ดูน่าดึงดูด และที่สำคัญคือควรจะมี “คีย์เวิร์ด” ที่ตรงกับชื่อเรื่องและส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา ยิ่งเว็บไซต์ของเรามี Meta Description ที่เหมาะสมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะได้อันดับดี ๆ มากเท่านั้น

– อย่าใช้คำซ้ำ ๆ เพื่อหวังติดอันดับจนผิดธรรมชาติ: หลายคนมักคิดว่าการทำ SEO คือการใช้คำซ้ำ ๆ กันในบทความบ่อย ๆ เพื่อจะได้ติดอันดับง่าย ๆ ซึ่งความจริงแล้วเป็นความเชื่อแบบผิด ๆ เพราะการใช้คำซ้ำกันบ่อย ๆ ในเนื้อหาจนดูไม่เป็นธรรมชาติของภาษาเขียน อาจถูก Google ตีความว่าเป็น “สแปม” ซึ่งนอกจากจะไม่ติดอันดับอย่างที่ต้องการแล้ว ยังอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึงอีกด้วย

– สร้างลิงก์เชื่อมโยงคอนเทนต์ต่าง ๆ ในเว็บไซต์: ควรสร้างลิงก์เชื่อมโยงระหว่างส่วนต่าง ๆ ของบทความหรือคอนเทนต์ไปยังอีกคอนเทนต์อื่น ๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ของเรา แต่ก็ไม่ควรซับซ้อนหรือยุ่งยากเกินไป ควรเป็นลิงก์ที่นำผู้ใช้งานไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับลิงก์นั้น ๆ เช่น หากเป็นบทความเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ เราอาจสร้างลิงก์ไว้ตรงคำว่า น้ำมันเครื่อง, ยางรถยนต์, สีรถยนต์ ฯลฯ เพื่อนำผู้ใช้งานเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับคำเหล่านี้ภายในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนการคลิกให้เว็บไซต์ของเรา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google นั่นเอง

แม้ว่า Google จะมีการออกกฎกติกาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาเพื่อให้การจัดอันดับมีความรัดกุมมากขึ้น แต่สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญไม่เคยเปลี่ยนก็คือ เว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์คุณภาพ เข้าถึงง่าย และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ดังนั้น ขอเพียงเรายึดแนวทางดังกล่าวในการทำ SEO แล้วฝึกฝนพัฒนาฝีมือไปเรื่อย ๆ เราก็มีโอกาสติดอันดับได้ไม่ยาก

การทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube ช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างไร

การทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube ช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างไร

การทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube ช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างไร

ปัจจุบัน การทำ SEO หรือ (Search Engine Optimization) ก้าวหน้าไปมาก เพื่อรักษาสถิติการอยู่บนหน้าแรกของ Google เช่น การใช้ Keyword แบบ Long tail การทำ Content หรือ Podcast ที่มีประโยชน์กับสื่อมวลชน การใช้ภาพประกอบที่มีไฟล์ขนาดเล็กเพื่อช่วยให้การค้นหาและดาวน์โหลดเว็บไซต์ทำได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนการสร้างเว็บบล็อก Content Blog ที่มีช่องคอมเมนต์ การใช้เครื่องมือฟรีเพื่อช่วยทำ SEO และการแลกบทความ Backlink เพื่อช่วยดันให้ SEO ของสินค้าและบริการนั้นติดอันดับในหน้าแรกอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเร็วนี้ได้มีกระแสการทำ SEO กับวิดีโอบน YouTube เพื่อให้ติดหน้าแรกบนGoogle ซึ่งจะเป็นไปได้แค่ไหน ด้วยวิธีใด เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝากเป็นตัวอย่างเบื้องต้นดังนี้

1. การตั้งชื่อไฟล์ก่อนที่จะอัปโหลดคลิปแต่ละครั้ง ควรพิจารณาชื่อจากคีย์เวิร์ดและคำค้นหายอดนิยม ซึ่งมีหน่วยงานวิจัยรับรอง

2. การตั้งชื่อหัวข้อ (Title) ต้องมีความน่าสนใจ มีชื่อแบรนด์หรือใช้คำที่คนจดจำ เช่น Keyword ที่ผ่านการวิเคราะห์คำหลัก (ประมาณ 2 คำ) หรือตัวเลขร่วมด้วย ซึ่งหากต้องการเพิ่มโอกาสให้ช่องติดอันดับ ก็ควรเปลี่ยนหรือเพิ่มชื่อร้านและชื่อผลิตภัณฑ์

3. การเขียนคำอธิบาย (Description) จำเป็นต้องเขียนให้มากกว่า 300-500 คำ และใส่ Keywords และ Links ให้อยู่ภายใน 3 บรรทัดแรก พร้อมทั้งสร้าง Links เป็น Playlist ไว้ด้วย

4. การใส่หมวดหมู่ของวิดีโอช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและมองเห็น และบอกให้รู้ว่าวิดีโอของเราจัดอยู่ในหมวดหมู่อะไร

5. การใส่แท็ก (Tags) ในวิดีโอไม่ควรใส่เยอะจนเกินไป ประมาณ 10-20 Tags ก็พอ

6. การใส่คำบรรยายหรือข้อความที่แทรก keyword ลงไป ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการค้นหาได้เช่นกัน

7. ไม่ควรใส่รายละเอียดเพิ่มเติมจากวิดีโอที่นำเสนอ เพราะอาจจะทำให้ YouTube มองว่าเป็นสแปม ส่งผลต่อการจัดอันดับของคลิปวิดีโอของเรา และ Tags ที่สำคัญควรผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว

8. การใส่ End Screen ตอนท้ายวิดีโอและคำอธิบาย แนะนำว่าหลังจากดูวิดีโอชุดนี้จะได้รับชมสิ่งใดเป็นลำดับต่อไป ซึ่งสามารถเพิ่มลิงก์ที่เชื่อมโยงไปสู่การขายสินค้าและบริการช่วงท้าย

9. เขียนบรรยายหัวข้อและคำอธิบายเกี่ยวกับคลิปที่จะแชร์ไปยัง Google Plus , Twitter และแชร์ไปยังโซเขียลมีเดียอื่น ๆ แบบอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำให้คลิปวิดีโอที่มีคุณภาพและมีโอกาสถูกนำมาจัดอันดับที่ดีในหน้าแรก

10. การสร้างเนื้อหาวิดีโอที่มีคุณภาพโดยมียอด Likes มากว่า Dislikes เป็นสิ่งที่ยูทูปก็ให้ความสำคัญ เพราะถ้ามีคนกดไลค์ให้กับวิดีโอของคุณ ก็สื่อถึงเนื้อหาที่มีคุณภาพตรงใจผู้ชม

นอกจากเทคนิค 10 ประการดังกล่าวแล้ว ควรทำการอัปโหลดวิดีโออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวและมีคอนเทนต์ที่ใหม่สดเสมอ พร้อมด้วยคุณภาพความคมชัดของวิดีโอ ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสที่ YouTube จะนำวิดีโอนั้น ๆ ไปแนะนำบ่อยขึ้นและจะนำไปสู่อันดับยอดนิยมบนหน้าแรกของ Google ได้

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรบ้าง

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรบ้าง

การทำ SEO มีข้อดีอย่างไรบ้าง

SEO เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน สังเกตได้จากมีคอร์สสอนทำ SEO เกิดขึ้นมากมาย และมีบริษัทรับจ้างทำ SEO ให้เลือกได้หลากหลายในช่วงหลายปีมานี้ เรามาดูกันว่าการทำ SEO จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง

1. ทำให้เว็บไซต์ได้คะแนนคุณภาพสูง
Google มีแนวทาง SEO ให้ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์นำไปปรับใช้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ใช้งานง่าย สามารถมองหาหมวดหมู่สินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งความรู้ ข้อมูลเฉพาะตัวของสินค้าและไอเดียใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร สามารถคลิกซื้อสินค้าได้โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ดี ฯลฯ การทำ SEO ตามแนวทางของ Google จึงทำให้ได้คะแนนประเมินคุณภาพเว็บไซต์สูง และสัมพันธ์กับความพึงพอใจของผู้ใช้งานหรือลูกค้าของคุณนั่นเอง

2. ทำให้ถูกค้นเจอได้ง่ายและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
หากทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสาระดี มีภาพถ่ายสวย แต่ไม่ศึกษาการใช้คีย์เวิร์ด SEO ในการนำรูปภาพมาประกอบในบทความ จะทำให้มีโอกาสน้อยที่จะถูกค้นหาจาก Google search ดังนั้น การใช้คีย์เวิร์ด SEO ที่คนนิยมนำมาใส่ทั้งในหัวข้อ h1 h2 และบรรยายรายละเอียดในแต่ละย่อหน้าได้อย่างเหมาะสม ย่อมแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเจ้าของเว็บไซต์ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผู้ชมกลับมาอ่านซ้ำอีก และส่งผลให้มีโอกาสขายสินค้าต่าง ๆ ในเว็บไซต์ได้มากขึ้นด้วย

3. ทำให้เพิ่มยอดขาย
การเพิ่มยอดขายต้องมาจากความเชื่อมั่นในเว็บไซต์และการบอกต่อ ซึ่งจะเกิดได้เมื่อทำ SEO ให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับหนึ่งในสามหรือหนึ่งในห้าของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ โดยมีการเก็บสถิติพบว่าลูกค้าจะไว้วางใจคลิกเข้าไปเลือกชมและสั่งสินค้าในอันดับต้นมากกว่าอันดับรองลงมาด้านล่าง การทำ SEO สม่ำเสมอนานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป จะทำให้อันดับเว็บไซต์ของคุณอยู่ด้านบนได้นาน และเพิ่มยอดขายได้อย่างมากแน่นอน

4. ประหยัดค่าโฆษณา
การทำ SEM เป็นการซื้อพื้นที่โฆษณา เช่น ใน Google หรือ Facebook ซึ่งต้องมีการตั้งงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อประชาสัมพันธ์หลักหมื่นบาทถึงแสนบาทต่อเดือนขึ้นไป จึงทำให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้นอย่างมาก การทำ SEO ให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือ จึงช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ได้

5. ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
ธุรกิจหลายประเภทมีอัตราการแข่งขันที่สูง หรือที่เรียกว่า Red Ocean หากคุณเป็นมือใหม่ที่ต้องการส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าตลาดเดิมที่แบรนด์ติดหูผู้คนอยู่แล้ว ก็จำเป็นต้องตั้งใจทำ SEO เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีโอกาสเห็นเว็บไซต์และจดจำแบรนด์น้องใหม่ของคุณได้มากขึ้น

การทำ SEO มีข้อดีต่อธุรกิจยุคใหม่อย่างมาก ซึ่งเจ้าของธุรกิจออนไลน์สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองจากหนังสือ ยูทูปหรือคอร์สต่าง ๆ หรือหากต้องการประหยัดเวลาก็สามารถจ้างบริษัทมืออาชีพด้าน SEO จะทำให้ได้รับข้อดีตามที่กล่าวมาอย่างรวดเร็ว

SEO ความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล บันไดสู่ความสำเร็จเชิงการตลาด

SEO ความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล บันไดสู่ความสำเร็จเชิงการตลาด

SEO ความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล บันไดสู่ความสำเร็จเชิงการตลาด

หลายคนที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่การทำการตลาดเชิงรุกในโซเชียลเน็ตเวิร์ค จำเป็นต้องรู้จักกลยุทธ์การทำการตลาดแบบดิจิทัล ซึ่งมี 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ SEO (Search Engine Optimization) และ SEM (Search Engine Marketing) โดย SEO จะเป็นวิธีที่ดึงคนเข้าเว็บไซต์ด้วยวิธีปกติ แบบไม่เสียค่าโฆษณา หากติดอันดับในผลการค้นหาหน้าแรก ก็จะส่งผลให้จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ SEM เน้นการจ่ายเงินเพื่อให้ได้พื้นที่ออนไลน์ดี ๆ ในอันดับต้น ๆ บน Search Engine ซึ่งก็มีข้อดี ข้อด้อยต่างกันไป แต่ SEO ค่อนข้างเป็นที่นิยมและมีระบบการแข่งขันสูงตลอดเวลา แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงเป้าหมาย ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมาก ดังนั้น เราไปทำความรู้จักคำว่า SEO กันให้มากขึ้น ดังนี้

ในยุค NEW NORMAL ที่ระบบออนไลน์มีบทบาทอย่างมาก ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัวที่เราจะมารู้จักกันในวันนี้ กำลังมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ก็คือ SEO หรือย่อมาจาก Search Engine Optimization คือกลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลที่ช่วยให้มียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มคนเข้าชมเว็บไซต์ด้วยวิธีตามธรรมชาติและไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อการโปรโมทสินค้าหรือเว็บไซต์ ซึ่งตรงกันข้ามกับ SEM (Search Engine Marketing) ที่มุ่งเน้นการเป็นเจ้าของพื้นที่ออนไลน์ดี ๆ โดยมีค่าโฆษณาเกิดขึ้น เพื่อโปรโมทให้เกิดกระแสการรับรู้สินค้าหรือบริการมากยิ่งขึ้น

การที่มีสินค้าหรือบริการคุณภาพดี ได้รับการกล่าวถึงจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงการนำเสนอเนื้อหาที่สดใหม่ เป็นที่สนใจของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะสามารถดึงดูดความสนใจให้คนเข้าชมเว็บไซต์ได้มากขึ้น นั่นคือบันไดก้าวแรกไปสู่ความสำเร็จในการทำ SEO รองลงมาคือความเข้าใจในหลักการทำงานของ SEO ซึ่งสัมพันธ์กับระบบอัลกอริทึมของ Google ที่มีแก่นของกระบวนการทำงานหลัก ๆ ได้แก่

Penguin ซึ่งมีหน้าที่หลักในการให้คะแนนความน่าเชื่อถือของแบ็กลิงก์ (Backlink) ในเว็บไซต์ แบ็กลิงก์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงเว็บไซต์ของเรากับเว็บอื่น ๆ ซึ่งเราควรเชื่อมโยงลิงก์เฉพาะส่วนที่ให้ความรู้และมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย ก็จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ถูกลดคะแนนความน่าเชื่อถือลงไป และหากเราสามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถืออื่น ๆ เช่น ระบบราชการ ธนาคาร สถานศึกษา หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเราได้ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้

Rank Brain เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ มีหน้าที่คอยเช็คพฤติกรรมของคนที่เข้าเว็บไซต์ ว่าใช้ฟังก์ชันแบบไหน และใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์มากน้อยเพียงใด

Panda เป็นระบบอัลกอริทึมซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาต่าง ๆ ที่นำเสนอบนเว็บไซต์ เช่น มาตรฐานความยาว การใช้ไวยากรณ์ และคำสะกดถูกผิดในเนื้อหาแต่ละบท จึงเป็นการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้เขียนและเนื้อหาไปพร้อม ๆ กัน หากพบว่ามีเนื้อหาซึ่งเป็นการคัดลอกมาหรือทำซ้ำ ก็จะส่งผลให้เว็บไซต์ถูกลดอันดับลงได้

ดังนั้นเมื่อทำ SEO อย่างถูกวิธี แม้ว่าในตอนแรกอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจกับระบบ และมีขั้นตอนปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ Google แนะนำ แต่ในระยะยาว สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสำเร็จในเชิงการตลาด หากติดอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาได้ในคีย์เวิร์ดที่ต้องการ ก็จะได้ผู้เยี่ยมชมมากขึ้น และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้มากขึ้นด้วย